พบคำตอบของฟรีแอนตี้ไวรัส ดีหรือไม่

free antivirus
free antivirus

โปรแกรมแอนตี้ไวรัส ฟรี กับเสียเงิน

ในฐานะของผู้ทำงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการและดูแลคอมพิวเตอร์มานาน (มาก) ทั้งในส่วนของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และคอมพิวเตอร์ในระดับองค์กร สิ่งหนึ่งที่ตัวเองได้ทดสอบ นั่นก็คือ การใช้ฟรีโปรแกรมต่างๆ มากมายนับร้อย นับพันโปรแกรม โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัส ทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน ซึ่งพอสรุปถึงข้อดีและข้อเสีย และวิธีการเลือกใช้ดังนี้

โปรแกรมแอนตี้ไวรัส แบบเสียเงิน

ต้องอธิบายเรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย เสียเงินยังไงก็ดีอยู่แล้ว แต่เราควรเลือกให้ถูกกับการใช้งานด้วย เพราะปัจจุบันโปรแกรมประเภทนี้ ยังมีการแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ

  • Antivirus
    โปรแกรมที่เน้นเฉพาะไวรัสโดยทั่วไป
  • Internet Security
    โปรแกรมแอนตี้ไวรัสประเภทนี้ จะครอบคลุมถึงการป้องกันและกำจัดไวรัส รวมทั้งการป้องภัยออนไลน์จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งมักจะมีโปรแกรมประเภท Firewall และโปรแกรมประเภทปรับแต่งแก้ไขคอมฯ รวมอยู่ด้วย สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เลือกซื้อโปรแกรมประเภทนี้จะดีกว่า เพราะครอบคลุมการเกิดปัญหาจากไวรัสได้ดีที่สุด

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบ ฟรี ฟรี

คุณสมบัติส่วนใหญ่ที่พบในโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีนี้ มักจะครอบคลุมเฉพาะส่วนของการป้องกันและกำจัดไวรัส ไม่รวมในส่วนของ Internet Security ก็เพราะเป็นของฟรี จึงต้องมีการกักไว้บางส่วน ไม่งั้น ธุรกิจคงไปไม่ได้อย่างแน่นอน สำหรับวิธีการเลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีๆ กอบด้วย

  • เช็คให้แน่นอนก่อนว่า มีระบบ Real Time ตรวจสอบไวรัสหรือไม่
  • เช็คให้แน่นอนก่อนว่า มีระบบ Update การแก้ไข Virus สายพันธุ์ใหม่ๆ ให้หรือไม่
  • ตรวจเช็คให้ดีก่อนว่า กินพื้นที่หน่วยความจำมากน้อยแค่ไหน (เวลาที่โปรแกรมเปิดใช้งานอยู่) เพราะยิ่งกินหน่วยความจำมาก เครื่องคอมฯ ของเราจะทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เรื่องนี้อาจจะดูยากไปสักนิดสำหรับมือใหม่ เพราะต้องเข้าไปดูในส่วนของ Task Manager (กดปุ่ม Ctrl + Alt + Delete) ดูส่วนของแท็บ Process และดูชื่อโปรแกรมนั้นๆ ว่า กินหน่วยความจำไปเท่าไหร่)
  • หลังจากใช้งาน ไปสักพัก (สัก 1-2 อาทิตย์) สังเกตดูว่า มีการตรวจพบหรือมีการป้องกันการทำงานโปรแกรมใดๆ หรือเปล่า ถ้าไม่มีเลย แสดงว่า โปรแกรมอาจทำงานได้ไม่ดีสักเท่าไหร่

สิ่งที่ต้องยอมรับกับของแถม ถ้าใช้ของฟรี

  • มีป้ายโฆษณาของตัวเอง อาจเปิดหน้าต่างใหม่บนหน้าจอคอมฯ เลย (อันนี้ไม่ดี) หรืออาจแสดงในส่วนของโปรแกรมเอง (อันนี้ ผมถือว่ายอกมรับได้)
  • อาจจำเป็นต้องมีการลงทะเทียน เพื่อขอใช้งาน บางโปรแกรมจะให้ฟรีใช้งานนาน 1 ปี ต่อการลงทะเบียนหนึ่งครั้ง
  • การป้องกันไม่สมบูรณ์ เพราะของเป็นของฟรี และมักจะมีการแนะนำให้ซื้อเวอร์ชั่นเต็มอยู่เสมอ

สรุปเลือกใช้ของฟรี หรือแบบเสียเงินดี

ถ้าเป็นองค์กรมีคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ แน่นอน ไม่แนะนำให้ใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรี แต่ถ้าเป็นส่วนบุคคล ก็คงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ถ้ามีเงินและต้องการความแน่นอน ก็ควรซื้อโปรแกรมแอนตี้ไวรัสประเภท Internet Security เพราะจะครอบคลุมทั้งหมด แต่ขอให้เข้าใจว่า พอซื้อแล้ว จะมีอายุการใช้งานโดยทั่วไป 1 ปี หลังจากนั้น ต้องต่ออายุเป็นปีๆ ไปตลอด (เพราะโปรแกรมต้องมีการอัพเดทตลอดเวลาเช่นกัน)

ตัวอย่างฟรีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส

  • avast! Free Antivirus
  • AVG Free Antivirus
  • Comodo Internet Security
Avatar
About Mr. ONE - Admin 1517 Articles
ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.