RAID เทคโนโลยีความปลอดภัยบนฮาร์ดดิสก์

technology RAID

ต้องอ่าน! ถ้าคุณคิดว่าข้อมูลของคุณสำคัญ

การใช้งานคอมพิวเตอร์สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ฮาร์ดดิสก์ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลของเราจะเสียหายหรือมีปัญหาเมื่อไหร่ ดังนั้น การสำรองข้อมูลก็ดูจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังอาจเกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน ดังนั้น การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สำหรับการป้องกันข้อมูลย่อมเป็นเรื่องที่น่าสนใจและควรให้ควรสำคัญ โดยเฉพาะกับองค์กรทางด้านการเงิน การธนาคาร บทความนี้จะมาเจาะลึกและทำความเข้าใจกับเทคโนโลยี RAID ว่ามีประโยชน์และมีกี่ประเภท อะไรบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกปลอดภัยกับการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น

เทคโนโลยี RAID คืออะไร

RAID ย่อมาจากคำว่า?Redundant Array of Inexpensive Disk เป็นเทคนิคในการป้องกันปัญหาการเสียหายของฮาร์ดดิสก์ โดยแบ่งออกได้เป็นสองส่วนคือ Data Stripping และ Data Mirror

  • Data Stripping
    หมายถึง การแบ่งข้อมูลเป็นส่วนๆ แล้วแยกเก็บไว้ในฮาร์ดดิกส์แต่ละตัว
  • Data Mirror
    หมายถึง การสำรองข้อมูลชนิดเหมือนกันของดิสก์แต่ละลูก คล้ายกระจกเงา

สำหรับการใช้ RAID ปัจจุบันมีหลากหลาย แต่จะแนะนำประเภทของ RAID ที่เป็นที่นิยมใช้งานกันประกอบด้วย

  • RAID 0
  • RAID 1
  • RAID 5
  • RAID 10

RAID 0 คืออะไร

ถ้าคุณต้องการความเร็วในการทำงาน ต้องนึกถึง RAID 0 เพราะเป็นเทคนิคในการทำงานการทำงานในการรับและส่งข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ทำงานได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการใช้ RAID 0 นี้ จะต้องนำฮารร์ดดิสก์ 2 ลูกมาเชื่อมต่อกันและทำงานเสมือนเป็นหนึ่งเดียว โดยเฉลี่ยจะทำให้ลดเวลาในการทำงานของดิสก์ได้มากกว่าครึ่งเลยทีเดียว ข้อเสียอย่างเดียวก็คือ ไม่ได้มีการป้องกันปัญหาฮาร์ดดิสก์ ถ้าตัวใดตัวหนึ่งเสีย ก็จะทำให้ข้อมูลเสียหายหมด (เสมือนมีดิสก์ลูกเดียว)

RAID 1 คืออะไร

ข้อมูลสำคัญสุดๆ ต้อง RAID 1 เทคนิคนี้เหมาำะสำหรับคนมีงบประมาณมากด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเทคนิคในการนำฮาร์ดิสก์ 2 ลูกมาเชื่อมต่อกัน และบันทึกข้อมูลลงดิสก์ทั้งสองลูกเหมือนกัน ซึ่งผลดีก็คือ กรณีฮาร์ดดิสก์ลูกหนึ่งลูกใดเสีย ก็จะสามารถทำงานได้ปกติ เป็น RAID ที่มีผู้นิยมใช้งานกันมาก ข้อเสียก็คือ สิ้นเปลือง เพราะเนื้อที่ที่สามารถใช้งานได้เท่ากับดิสก์เพียงลูกเดียวเท่านั้น

RAID 5 คืออะไร

เน้นความปลอดภัยต้อง RAID 5 เพราะเป็นเทคนิคในการลดความผิดพลาดได้ค่อนข้างมาก โดยนำเอาฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่ 3 ตัวมาเชื่อมต่อกัน และมีการกระจายข้อมูลในการบันทึกลงดิสก์แต่ละลูก ถ้าดิสก์ลูกหนึ่งเสีย ก็ยังสามารถทำงานได้เช่นเดิมและไม่มีปัญหากับข้อมูล เรื่องดีอีกอย่างหนึ่งจะได้พื้นที่มากขึ้นกว่า RAID 1 เน้นความประหยัดกว่า RAID 1 แต่ข้อเสียคือ ถ้าดิสก์เสียพร้อมกัน 2 ลูกก็จะมีปัญหากับข้อมูลเช่นเดียวกัน

RAID 10 คืออะไร

เป็นเทคนิคที่ใช้ข้อดีของ RAID 1 กับ RAID 0 มาใช้งานด้วยกัน นั่นคือสาเหตุว่าจะทำไมจึงเรียกว่า RAIA 10 เพราะมี 1 กับ 0 ไงครับ.. แต่อย่างไรก็ตาม RAID 10 นี้ ต้องใช้ดิสก์อย่างน้อย 4 ลูกขึ้นไป โดยจะมีการแบ่งดิสก์เป็นอย่างละ 2 ลูกเพื่อทำ RAID 0 และอีก 2 ลูกทำ RAID 1 ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ได้เรื่องของความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลเพิ่มขึ้น แต่ข้อเสียก็คือ สิ้นเปลืองดิสก์

นอกเหนือจากประเภทของ RAID ข้างต้นแล้ว ยังมี RAID 2, 3, 4 อีกซึ่งไม่ได้นำมาอธิบาย แต่เนื่องจากไม่เป็นที่นิยมใช้งานเหมือนกับ RAID ข้างต้น จึงขอยกเว้นไม่เขียนก็แล้วกันครับ?อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี RAID นี้มักไม่ค่อยเห็นใช้กันผู้ใช้คอมพิวเตอร์ตามบ้าน แต่สำหรับองค์กร ร้อยละ 99 ต้องมีให้เห็นอย่างแน่นอน

Avatar
About Mr. ONE - Admin 1537 Articles
ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม