วิธีป้องกันและระวังภัยไวรัส เรียกค่าไถ่

no virus entry

ไวรัสเรียกค่าไถ่ ระบาดอีกครั้ง

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ถ้าคุณได้อ่านข่าว คงสรุปแล้ว่า กำลังมีไวรัสระบาดที่เรียกว่า ไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware)  ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไวรัสตัวใหม่ และเคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตาม แต่ณ ปัจจุบันี้ พฤษภาคม 2560 นี้ ก็เกิดระบาดไปทั่วโลกอีกครั้ง และที่น่าเป็นห่วง ยังไม่มีระบบอะไรป้องกันได้ 100%  และปัญหาก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่มาก เพราะถ้าติดไวรัสนี้แล้ว ข้อมูล เอกสารการทำงาน จะถูกเข้ารหัส และไม่สามารถเปิดได้

วิธีป้องกันและระวังภัยไวรัส เรียกค่าไถ่

tips ransomware protection

 

backup data

หลังจากคอมพิวเตอร์ติดไวรัส ไฟล์งานต่างๆ โดยเฉพาะ ไฟล์ Word, Excel จะถูกเข้ารหัส ทำให้เราไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ทางที่จะแก้ไขได้ทางเดียว คือ การยอมจ่ายเงินเพื่อให้เจ้าของไวรัส ปลดล็อคเืพื่อให้สามารถใช้งานได้ปกติ แต่.. ก็ใช่ว่า จะไม่ติดไวรัสอีก ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำ วิธีป้องกันและระวังภัยไวรัส เรียกค่าไถ่ กันอีกครั้ง สำหรับวิธีป้องกันเบื้องต้น

  1. ไฟล์งาน ไฟล์เอกสาร
    เนื่องจากไวรัสตัวนี้ จะเน้นเล่นงานไฟล์งานสำคัญๆ ของเรา ดังนััน วิธีป้องกันเบื้องต้นก็คือ การสำรองข้อมูลเก็บไวั และควรเก็บไวักับอุปกรณ์ด้านนอก ไม่ใช่เก็บในฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ของเรา แนะนำว่า ควรเก็บไว้ที่  Flash Drive / USB External Hard disk หรือแม้แต่เก็บไว้บน Cloud อย่างเช่น Google Cloud / One Drive เป็นต้น
  2. Windows Updated
    เนื่องจากไวรัส ทราบช่องโหว่ในการทำงานของโปรแกรม Windows ดังนั้น การอัพเดท Windows ให้ทันสมัยอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และสำคัญมากที่สุด เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี license Windows ของแท้ อาจประสบปัญหา ไม่สามารถอัพเดทได้  แนะนำว่า ถ้าต้องการเปลี่ยน ระบบปฏิบัติการ Windows ควรเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเสมอ
  3. Antivirus
    ควรติดตั้ง และอัพเดทโปรแกรม Antivirus อย่างสม่ำเสมอ โดยปกติ อาจทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าให้ดี ก็ตั้งโปรแกรมให้อัพเดททุกวันไปเลย เพราะเราอาจไม่ทราบว่า เมื่อไหร่จะมีการอัพเดท
  4. ไวรัสมากับอีเมล
    ถึงแม้ว่า เราจะมีระบบป้องกันไวรัสที่เข้มแข็งขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าเราได้รับอีเมล และมีการคลิกไฟล์แนบไวรัส คอมพิวเตอร์ของเราก็อาจติดไวรัสได้เช่นกัน ดังนั้น ควรพิจารณาและเปิดไฟล์แนบจากอีเมลให้ดี ไม่แน่ใจ สั่งลบเลยจะดีกว่า โดยเฉพาะกับอีเมลที่เราไม่มั่นใจ หรือไม่รู้จักจริงๆ

เพียงแค่เราปฏิบัติได้ตาม 4 ข้อข้้างต้น รับประกันได้เลยว่า โอกาสไวรัสจะติดคอมพิวเตอร์ของเราจะน้อยถึงน้อยมากเลยทีเดียว และขอให้ทุกคนโชคดีในเรื่องของไวรัสนะครับ

ติดไวรัสเรียกค่าไถ่ ทำไงดี

สมมตินะครับว่า คอมพิวเตอร์ของเราติดไวรัส ไม่ว่าจะที่บ้าน หรือที่ทำงาน แนะนำเบื้องต้น ให้หยุดใช้งานอินเตอร์เน็ต ยกเลิกการเชื่อมระบบเครือข่าย สำหรับที่บ้าน ก็ปิดสวิทซ์อินเตอร์เน็ตก่อนก็ได้ (เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัส ไปติดเครื่องคอมฯ อื่นๆ เพิ่มเติม) จากนั้น ให้สำรวจข้อมูลไฟล์งานเอกสารว่า หายไปจริงหรือไม่ สังเกตได้จาก ไฟล์งานที่เก็บในโฟลเดอร์นั้น จะถูกเปลี่ยนเป็นชื่ออื่่น และไม่สามารถคลิกเพื่อเปิดได้

แนวทางแก้ไขไวรัส Ransomware

  1. ไม่อยากแนะนำให้เชื่อโอนเงินไปให้ เพราะไม่สามารถมีใครประกันได้ว่า จะได้รับการแก้ไขจริง
  2. ลองค้นหาเครื่องมือ เผื่อว่า ไวรัสเวอร์ชั่นที่เราติดนี้ จะมีโปรแกรมแก้ไขให้ (บางค่ายแอนตี้ไวรัส สามารถแก้ไขไฟล์ที่เข้ารหัสจาก Ransomware ได้บ้างแล้ว แต่อาจไม่ครบทุกเวอร์ชั่น)
  3. ถ้าข้อมูลหายจริง คำตอบสุดท้าย ก็คือ การ Format คอมพิวเตอร์และลงเริ่มต้นลงโปรแกรมใหม่โดยเฉพาะ Windows แนะนำว่า ควรลง Windows เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

ท้ายสุด แนะนำว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องของไวรัส แต่ความที่คอมพิวเตอร์ก็เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ดังนั้น ย่อมอาจเกิดปัญหาหรือเสียหายได้ การสำรองข้อมูล จึงเป็นแนวทางปฏิบัติกที่ทุกคนควรนำไปใช้

 

Avatar
About Mr. ONE - Admin 1537 Articles
ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม