วิธีตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์

why website

ถ้าคุณกำลังพิจารณาเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์

ไม่ว่าคุณกำลังคิดจะลงโฆษณากับเว็บไซต์ หรือต้องการเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์สักแห่ง คุณอาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นั้นๆ ว่า มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด การขอข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของเว็บไซต์ อาจได้ข้อมูลที่บิดเบือนไปบ้าง ไม่ตรง 100% หรือให้ข้อมูลไม่ครบ

ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำ และเปิดเผยวิธีการตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์  ใครหรือคุณก็ทำได้เอง

การตรวจสอบเว็บไซต์ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือออนไลน์ และใช้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์บ้างพอสมควร ใครที่ชอบท่องเว็บ อาจเรียนรู้และเข้าใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป แต่อย่างว่า ก็ไม่ยากเกินเรียนรู้อย่างแน่นอน เรามาเริ่มตันกันเลยดีกว่า

วิธีตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์

web quality checker

  1. รูปลักษณ์ การออกแบบ (Quality of Design)
    First Impression หรือความประทับใจครั้งแรก เริ่มต้นให้ดูจากภายนอก การออกแบบดีไซด์ สีสรร ต้องดูดี รูปแบบตัวอักษร ใช้ Font อ่านง่ายหรือไม่ การเข้าถึงเมนูต่างๆ สะดวก หาง่ายไม่ซ่อนหรือใช้เทคนิคชั้นสูงจนหายาก  รองรับการใช้งานเว็บบราวเซอร์ได้หลากหลายหรือไม่ (Internet Explorer, FireFox, Chrome)
  2. ความเร็วในการเปิดเข้าถึงเว็บ (Site Speed)
    ความเร็ว เป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ประทับใจเว็บที่ใช้เวลานานเกิน จะทำให้ผู้เยี่ยมชมเปลี่ยนใจไปเปิดดูเว็บอื่นแทนได้ โดยปกติ ไม่ควรใช้เวลาในการเปิดหน้าเว็บเกิน 5-10 วินาที  เคยเป็นแบบนี้หรือไม่ครับ เปิดแล้วรอนานเกิน ไปเว็บอื่นดีกว่า ปัญหานี้ เราเรียกว่า Bounce ครับ ยิ่ง Bounce Rate มีมาก แสดงว่า เว็บหรือหน้าเพจนั้นๆ มีปัญหา
  3. ตรวจสอบความถูกต้องการในการเขียนเว็บ (Validity)
    เป็นเรื่องของการเขียนโปรแกรม ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราๆ คงอาจจะตรวจสอบได้ยาก แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะเรามีเว็บแนะนำให้ใช้สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์ https://validator.w3.org/  จากนั้นพิมพ์ชื่อเว็บที่ต้องการ
  4. ตรวจสอบลิงค์เสีย (Dead Links)
    คุณภาพของเว็บที่ดี จะต้องไม่มีลิงค์ที่ไม่สามารถกดเข้าไปได้ หรือภาษาเว็บเรียกว่า Dead Links หรือว่า ลิงค์ตาย นั่นเอง เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ เหมือนเดิม เพียงแค่ใช้เครื่องมือจากลิงค์นี้ https://validator.w3.org/checklink
  5. รองรับการเปิดผ่านอุปกรณ์โมบาย (Mobile Support)
    ปัจจุบันการเข้าถึงเว็บได้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมต้องเชื่อมต่อและเปิดผ่านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์โมบาย อย่างเช่น สมาร์ทโฟทน แท็บเล็ตในการเข้าถึงมากขึ้น ดังนั้นเว็บไซต์ที่ดี ต้องรองรับการเปิดผ่านอุปกรณ์โมบาย มีคำศัพท์คำหนึ่งที่เรียกเว็บไซต์ที่สามารถรองรับการเปิดอ่านในทุกๆ ขนาดหน้าจอว่า Responsive (Responsive เป็นการสร้างเว็บให้รองรับการเปิดทุกๆ ขนาดของหน้าจอ โดยจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในการแสดงผล แต่ไม่ได้เป็นการย่อหน้าเว็บให้เล็กลง) ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็น Responsive website – https://www.thailandseo.com
  6. อายุของเว็บไซต์ (Age of Domain)
    อายุของเว็บ เป็นตัวบ่งบอกว่า ทำมานาน และเป็นเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดใหม่ เว็บไซต์ที่มีอายุนาน แสดงถึงความมั่นคงของเว็บไซต์ได้ในระดับหนึ่ง ถ้าอยากทราบว่าเว็บไซต์นั้นๆ เปิดมานานหรือยัง สามารถคลิกเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บ https://www.whois.net นอกจากนี้ คุณยังสามารถแอบดูได้ว่า ใครเป็นเจ้าของเว็บอีกด้วย
  7. ความนิยมของเว็บไซต์ (Popularity)
    เรื่องของความนิยม หมายถึงจำนวนคนเข้าเว็บไซต์แบบต่อเนื่อง รวมถึงเจ้าของเว็บไซต์อื่นมีการสร้างลิงค์กลับไปยังเว็บไซต์นั้นๆ  ยิ่งมีมากก็ยิ่งแสดงถึงความนิยม หรือ Popular ของเว็บนั้นๆ อย่างไรก็ตาม เราสามารถใช้เครื่องมือในการตรวจสอบพื้นฐานได้จากตำแหน่งของเว็บไซต์ว่า อยู่ลำดับที่เท่าไหร่ของทั้งโลก  เพียงแค่คุณเข้าไปยังเว็บไซต์ https://www.alexa.com จากนั้นก็พิมพ์ชื่อเว็บที่ต้องการตรวจสอบ ก็จะทราบผลว่า เว็บไซต์ที่คุณสนใจ อยู่ในลำดับที่เท่าไหร่ของโลก ตัวอย่างยิ่งน้อยแสดงว่า เป็นเว็บที่ประสบความสำเร็จมาก
  8. เช็คคุณภาพเว็บผ่าน SEO (Quality of SEO)
    SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นวิธีการในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้สามารถค้นหาพบได้ง่ายขึ้นจาก Search Engine อย่างเช่น Google.com, Yahoo.com หรือ Bing.com เป็นต้น ดังนั้น เราเชื่อว่า ถ้าเว็บไซต์มีการพัฒนาโดยมีพื้นฐาน SEO จะช่วยให้เว็บไซต์นั้นๆ ประสบความสำเร็จได้ง่ายเช่นกัน สำหรับวิธีการตรวจสอบ สามารถใชเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบว่า เว็บไซต์นั้นๆ เข้าง่าย SEO Friendly หรือไม่ เพียงแค่เราเข้าไปตรวจสอบผ่านเครื่องมือออนไลน์ของเว็บ https://www.seoworkers.com/tools/analyzer.html

ด้วยวิธีการทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น จะเป็นพื้นฐานง่ายๆ ในการตรวจสอบคุณภาพเว็บ ใครสนใจสามารถนำไปทดลองใช้งานได้เลยครับ รับรองว่า สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้จริงๆ อย่างน้อย เราก็ทราบได้ในระดับหนึ่งว่า เว็บไซต์ที่เราต้องการติดต่อหรือสนใจนั้น มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด

Avatar
About Mr. ONE - Admin 1537 Articles
ทำงานด้านไอทีโดยเฉพาะ ชอบเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบขีดๆ เขียนๆ โดยเฉพาะเขียนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรม มีประสบการณ์การเขียนหนังสือคอมพิวเตอร์ เขียนแบบเรียนระบบสารสนเทศทางด้านโรงแรม